หนูแฮมสเตอร์ (Hamster Rat) http://jo_mod_yui.nireblog.com ความน่ารักของเจ้าตัวน้อย Thu, 25 Jun 2009 04:09:03 +0100 หนูแฮมสเตอร์ (Hamster Rat) http://files.nireblog.com/blogs/jo_mod_yui/gravatar.gif http://jo_mod_yui.nireblog.com http://nireblog.com ประวัติความเป็นมาของหนูแฮมสเตอร์ http://jo_mod_yui.nireblog.com/post/2007/10/02/aaaaaaaaaaaaeaaaaaaaaaaaaaaaaeaaaaoe http://jo_mod_yui.nireblog.com/post/2007/10/02/aaaaaaaaaaaaeaaaaaaaaaaaaaaaaeaaaaoe
r153_4.jpg 
 ประวัติความเป็นมาของหนูแฮมสเตอร์
(History of Hamster)
แฮมสเตอร์เป็นสัตวจำพวกฟันแทะ(Rodent) ขนาดเล็ก สัตว์ในจำพวกนี้ได้แก บีเวอร์กระรอก กระต่าย และชินชิลล่า เป็นต้น ย้อนไปเมื่อ ปีพ.ศ. 2382 ได้มีการค้นพบแฮมสเตอร์พันธุ์ซีเรียสีทองที่ประเทศซีเรีย โดยนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ และได้นำกลับปยัไงสวนสัตว์ลอนดอน จากนั้นก็ไม่มีผู้ใดพบเห็นแฮมสเตอร์ในธรรมชาติอีกเลยจนบางคนคิดว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว  ต่อมา แม่แฮมสเตอร์และลูกๆอีก 12 ตัวได้ถูกพบที่บริเวณประเทศซีเรียอีกเช่นเคย โดยProfessor I.Aharoni จาก Hebrew University เมืองเยรูซาเล็ม ครั้งนี้พวกมันถูกพาตัวไปยังเยรูซาเล็ม แต่ก็เหลือรอดเพียง 3 ตัวเท่านั้น คือตัวเมีย 2 ตัว และตัวผู้อีก 1 ตัว และนี่ก็คือบรรพบุรุษทั้ง 3 ของแฮมสเตอร์เลี้ยง ซึ่งได้ทำหน้าที่สืบเผ่าพันธุ์น่ารักๆไว้ให้เราได้รู้จักกันในปัจจุบันในระยะแรกๆ แฮมสเตอร์เข้าสู่ประเทศอังกฤษ และประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนักวิทยาศาสตร์ใช้เป็นสัตว์ทดลองทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น กระทั่งมีผู้เห็นว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงที่แสนจะน่ารักน่าเอ็นดู จึงเริ่มนำออกมาเลี้ยงเป็นสมาชิกตัวหนึ่งในบ้าน และได้รับความนิยมในหมู่ผู้รักสัตว์เลี้ยงตั้งแต่นั้นมา
 
 
 

Comments

]]>
Tue, 02 Oct 2007 08:03:17 +0100
อายุขัยของหนูแฮม http://jo_mod_yui.nireblog.com/post/2007/10/02/aaacaaaacaaaaaaaaa http://jo_mod_yui.nireblog.com/post/2007/10/02/aaacaaaacaaaaaaaaa อายุขัยของหนูแฮมอายุขัยของหนูแฮม 

หนูแฮมสเตอร์นั้นสามารถมีอายุขัยได้นานเท่าใหร่สำหรับหนูแฮมสนั้นจะสามารถมีอายุขัยได้นานถึง 3 ปี หรือ มากกว่านั้น ครับทั้งนี้จะไม่สามารถ กำหนดได้ชัดเจน เนื่องจากอยู่ที่การเลี้ยงดูของเจ้าของเองด้วยครับซึ่งหนูแฮมสเตอร์ที่ ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี และได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างถูกวิธีก็จะมีอายุขัยได้นาน เลยทีเดียวครับ แต่ปัจจุบัน อายุของหนูแฮมสเตอร์อาจจะอยู่ที่ 2 - 3 ปีเท่านั้นอาจจะเป็นเพราะว่าผู้เลี้ยงนั้นเลี้ยงอย่างผิดวิธี หรือ ศึกษาวิธีการเลี้ยงมายังไม่ดีพอและขาดประสบการณ์ในการเลี้ยง ดังนั้น การศึกษา ข้อมูลการเลี้ยงดูก่อนที่จะเลี้ยงจึงเป็นประโยชน์แก่ผู้เลี้ยงเป็นอย่างมากครับ 

ปัจจัยหลักๆของการเลี้ยงดู
การเลี้ยงดูหนูแฮมสเตอร์ให้มีอายุยืนยาวอยู่กับเราไปนานๆ ผู้เลี้ยงควรที่จะเข้าใจหลักการเลี้ยงดูเหล่านี้ครับ
1. อาหาร และ น้ำ : คือปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต น้ำสะอาด อาหารถูกหลักถูกประเภท
2. อากาศ และ อุณหภูมิ : การเลี้ยงในที่ๆมีอาการพอเหมาะกับเจ้าหนูแฮมสเตอร์
3. ให้ความรักและ เอาใจใส่
4. ความปลอดภัยต่อ ศัตรูที่จะมาทำร้ายเจ้าหนูแฮมสเตอร์
5. ความปลอดภัยในที่อยู่อาศัย ลักษณะของกรงที่เป็นอันตรายต่อหนูแฮมสเตอร์
6. การเลี้ยงดูอย่างถูกวิธี
7. การดูแลและป้องกันต่อโรคต่างๆไม่ให้เกิดขึ้น
8. การดูแลเมื่อ หนูแฮมสเตอร์มีโรคภัยไข้เจ็บ
สิ่งหนึ่งที่ผู้เลี้ยงมักจะขาดหายไปในการดูแลหนูแฮมสเตอร์
1. ขาดการศึกษาวิธีการเลี้ยง
2. ความรักและการดูแลเอาใจใส่
สำหรับผู้เลี้ยงโดยทั่วไปแล้ว แรกๆอาจจะมีเวลาเล่นหรือดูแล แต่บางคนแล้วนั้น พอเลี้ยงไปนานๆ เกิดความเบื่อหนายในการเลี้ยงดูหรือ ไม่มีเวลาให้มากเพียงพอ อาจจะถึงกับไม่มีเวลาเลยก็ว่าได้ครับ สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับหนูแฮมสเตอร์อยู่เหมือนกันครับ
ซึ่งถ้าเปลียบหนูแฮมสเตอร์กับคนเขาก็ ต้องการความรักการดูแลเอาใจใส่ ต้องการเพื่อนเล่นเหมือนกันครับ สุดท้ายนี้ขขอให้เพื่อนๆดูแลเจ้าตัวน้อยดีๆให้มีอายุยืนยาวกันนะครับและก็ศึกษาลักษณะนิสัยของหนูแฮมสเตอร์ วิธีการเลี้ยง การดูแลต่างๆ เป็นอย่างดีอาจจะหาหนังสือมาอ่านหรือ หาอ่านตามเว็บต่างๆไม่จำเป็นต้องเป็นเว็บนี้ก็ได้ครับ แต่เป็นเว็บนี้ก็ดีครับ อิอิ.....

Comments

]]>
Tue, 02 Oct 2007 07:58:29 +0100
หนูแฮมสเตอร์ (Hamster Rat)สายพันธุ์ต่างๆ http://jo_mod_yui.nireblog.com/post/2007/10/02/aaaaaaaaeaaaaoe-hamster-rataaacazaaaaaoeaaaaa http://jo_mod_yui.nireblog.com/post/2007/10/02/aaaaaaaaeaaaaoe-hamster-rataaacazaaaaaoeaaaaa หนูแฮมสเตอร์ (Hamster Rat) 


แฮมสเตอร์แบ่งเป็นชนิดใหญ่ๆได้ 2 ชนิด1.      แฮมสเตอร์ไม่แคระ คือ พันธุ์ Syrian 2.     แฮมสเตอร์แคระ คือพันธุ์ Winter White, พันธุ์ Campbells, พันธุ์ Chinese และ พันธุ์ Roborovski

Winter White กับ Campbells
แฮมสเตอร์พันธุ์ Winter White และ พันธุ์ Campbells จะมีลักษณะคล้ายกันมาก จนแยกได้ค่อนข้างยาก ว่าเป็นพันธุ์อะไร โดยเฉพาะ Campbells สีธรรมดา และ Winter White สีธรรมดา จะดูยากมาก ดังภาพ ดูกันออกไหมคะ ว่าตัวบน กับตัวล่าง ตัวไหน เป็น Campbells ตัวไหนเป็น Winter White เฉลย เลยแล้วกัน ตัวที่อยู่บน คือ Winter White สีธรรมดาค่ะ ตัวล่าง คือ Campbells สีธรรมดาค่ะ
ที่จริงแล้ว ด้วยความที่คล้ายกันมาก เดิมนักวิทยาศาสตร์ เคยจัด Campbells และ Winter White เป็น สปีชีย์ เดียวกัน แต่ต่อมา ก็ได้พบความแตกต่าง ของทั้ง 2 พันธุ์นี้ และได้แยกทั้ง 2 พันธุ์นี้ออกจากกันเป็นคนละสปีชีย์ โดยจัด Winter White เป็นสปีชีย์ Sungorus ส่วน Campbell เป็นสปีชีย์ Campbell ค่ะ ถึงจะดูภายนอกคล้ายกัน แต่ทั้ง 2 พันธุ์นี้จะแตกต่างกัน จึงไม่ควรจะนำมาผสมข้ามพันธุ์กันค่ะ ว่ากันว่า 2 พันธุ์นี้ สามารถจะผสมกันได้ เพราะมีความใกล้เคียงกันสูง จำนวนโครโมโซม ก็เท่ากัน แต่ไม่แนะนำให้ผสมข้ามพันธุ์ค่ะ เพราะจะทำให้ลูกที่เกิดมา มีโอกาสพิการ หรือ ผิดปกติสูง

 แล้วเวลาซื้อ จะรู้ได้อย่างไร ว่าตัวไหนเป็น Campbells หรือ Winter Whiteที่ดูยากก็คือสีธรรมดาค่ะ พอจะสังเกตุข้อแตกต่างได้ ก็คือ Campbells จะมีลายพาดบนหลัง เส้นเดียว ชัดเจนกว่า ส่วนลายด้านข้างๆ ก็จะไม่ชัดเท่า Winter White ค่ะ แต่ไม่ต้องตกใจค่ะ ในเมืองไทยเราตอนนี้เท่าที่เห็น มีการนำเข้า Campbells มาบ้างแล้ว แต่เท่าที่เห็น มีเพียงสีขาวตาแดงเท่านั้นค่ะ จึงดูง่าย ไม่สับสนค่ะ

การผสมข้ามพันธุ์อื่นๆ แฮมสเตอร์พันธุ์อื่นๆ จะผสมข้ามพันธุ์ไม่ติดค่ะ เพราะจำนวน โครโมโซม ต่างกัน และอยู่กันคนละสปีชีย์

Comments

]]>
Tue, 02 Oct 2007 04:17:09 +0100
การคัดแยกพันธุ์ http://jo_mod_yui.nireblog.com/post/2007/10/02/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c http://jo_mod_yui.nireblog.com/post/2007/10/02/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c สายพันธุ์ Syrian Winter
White Russian
Camp bells
Russian
Chinese Roborovski   ภาพ   ชนิด ธรรมดา แคระ แคระ แคระ แคระ   ชื่อเล่น Golden, Standard, Fancy, Teddy bear Siberian hamster, Russian hamster Siberian hamster, Djungarian hamster Striped hamster แฮมสเตอร์ทะเลทราย   ชื่อวิทยาศาสตร์ Cricetus auratus Phodopus sungorus Phodopus Campbell Cricetulus griseus Phodopus roborovski   สปีชีย์ Auratus Sungorus Campbell Griseus Rovorovski   ขนาด 15-20 ซม. 10-12 ซม. 10-12 ซม. 7.5-9 ซม. 4-5 ซม.   น้ำหนัก 100-140 กรัม 20-28 กรัม 22-28 กรัม 38-46 กรัม -   โครโมโซม 44 28 28 22 34 เวลาตั้งครรภ์ 16 วัน 18-21 วัน 18-21 วัน 21 วัน 23-30 วัน   อายุขัย 2-2.5 ปี 1.5-2 ปี 1.5-2 ปี 2-2.5 ปี 3-3.5 ปี   ถิ่นกำเนิด พบในซีเรีย ที่ราบ มีหญ้าขึ้น ตะวันออกของคาซัคสถาน และทางตะวันตกเฉียงใต้ของไซบีเรีย ที่ราบสูงชัน ที่แห้ง พบในมองโกเลีย และทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน อาศัยตามเนินทรายในทะเลทราย ทางเหนือของจีน และมองโกเลีย ที่ราบสูงกึ่งทะเลทรายทางตะวันออกและตะวันตกของมองโกเลียและทางเหนือของจีน   ความยากใน การผสม ง่าย ง่าย ง่าย ยาก ยาก   นิสัย ชอบอยู่ตัวเดียว ชอบอยู่เป็นกลุ่มหลายตัว อยู่เป็นคู่ หรือกลุ่มเล็กๆ อยู่เป็นคู่ หรือเป็นกลุ่มเล็กๆ อยู่เป็นคู่ หรือเป็นกลุ่มเล็กๆ   จำนวนลูกเฉลี่ย 4-12 4-6 8 4 6   หย่านม 21 วัน 20 วัน 21 วัน 21 วัน 28-30 วัน   มีโอกาสผสม ติดเมื่อ อายุ 2 เดือน อายุ 2 เดือน อายุ 2 เดือน อายุ 3 เดือน อายุ 4 เดือน   ในเมืองไทย มีมานานแล้ว ก่อนแฮมสเตอร์แคระทุกพันธุ์ เพิ่งนำมาเลี้ยงไม่นาน เพราะเลี้ยงง่าย เพิ่งนำเข้ามาเลี้ยง นิยมสีขาว ตาแดง ยังไม่เคยพบในเมืองไทย เพิ่งนำเข้ามาเลี้ยงไม่นาน เป็นหนูพันธุ์ที่เล็กที่สุด ตื่นเต้นง่าย จับยาก

ซึ่งแฮมสเตอร์จะมีนิสัย ที่แตกต่างไปตามสายพันธุ์ อีกด้วย เช่น Syrian จะเป็นแฮมสเตอร์ที่รักสันโดษ มักจะกัดกัน แต่แฮมสเตอร์แคระ จะสามารถอยู่รวมกันเป็นคู่ หรือ หลายตัวได้ แต่ก็มักจะมีการกัดกันบ้างเหมือนกัน เช่น เมื่อมีหนูตัวอื่นบุกรุกมาในถิ่นของตน เป็นต้น  

Comments

]]>
Tue, 02 Oct 2007 03:58:15 +0100
แฮมสเตอร์จะมีวิธีแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองเมื่ออากาศร้อนขึ้น http://jo_mod_yui.nireblog.com/post/2007/09/26/aaaaaeaaaaoeaaaauaaaauaaaaaaaaaaaaaacaaaaeaaaeaaaaaaaaaaaaaaaaa http://jo_mod_yui.nireblog.com/post/2007/09/26/aaaaaeaaaaoeaaaauaaaauaaaaaaaaaaaaaacaaaaeaaaeaaaaaaaaaaaaaaaaa hams032.jpgประวัติความเป็นมาของหนูแฮมสเตอร์
แฮมสเตอร์จะมีวิธีแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองเมื่ออากาศร้อนขึ้น
- กัดขนตัวเอง โดยเฉพาะใต้ท้อง เพื่อให้การระบายความร้อนเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว
โดยสามารถจะพบเห็นกระจุกจนที่หลุดร่วงอยู่ภายในกรง
- พึ่งพาวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ลงไปนอนในถ้วยน้ำที่เป็นกระเบื้องซึ่งเย็น
- อาบน้ำ โดยหาวัสดุอุปกรณ์ที่ให้น้ำเป็นชามน้ำ น้องแฮมจะลงไปแช่ซักพัก
แล้วขึ้นมาแต่งตัวไซร้ขน หากเป็นขวดน้ำน้องแฮมจะกินน้ำแล้วพ่นออกมาจากปาก
เพื่อให้น้ำไหลลงมาจากมุมปากทั้ง 2 ข้าง เพื่อช่วยระบายความร้อน
- นอนทับฉี่ตัวเอง โดยการฉี่เสร็จแล้วก็นอนทับลงไป เพราะหวังว่าน้ำสามารถช่วยระบายความร้อนแก่ร่างกาย
แต่ฉี่จะทำให้ผิวหนังเกิดความระคายเคืองเป็นผื่นแดง และก่อให้เกิดปัญหาโรคผิวหนังได้
- กินน้ำมากขึ้นแต่กินอาหารลดลง จนทำให้วัสดุรองพื้นกรงเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ เนื่องจากมีการขับถ่ายเพิ่มมากขึ้น
- บางตัวทนไม่ไหว จะเกิดภาวะเครียดเนื่องจากความร้อน (
heat stress )
จะมีอาการซึมลงไม่ตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม หายใจหอบ ซึ่งเมื่ออยู่ในภาวะดังกล่าวถือว่าเข้าขั้นวิกฤต
ควรพาน้องแฮมไปอยู่ในบริเวณที่เย็น อากาศถ่ายเทสะดวก ป้อนน้ำให้กิน เพื่อกู้สถานการณ์อันเลวร้ายให้ดีขึ้นภาวะเครียดจากความร้อนเป็นปัญหาที่สำคัญรองลงมาจากการกัดกันสาตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะสัตว์ฟันแทะมีการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงานหรือที่เรียกว่าเมทาโบลิซึ่ม (
Metabolism ) สูงกว่ามนุษย์มากจึงทำให้มีความร้อนสะสมในตัวสูงและต้องระบายความร้อนออกจากร่างกายให้ทันเพื่อปรับสมดุลนอกจากนั้นยังต้องเก็บความร้อนจากสภาพแวดล้อมถ่ายเทเข้าสู่ร่างกายเพิ่มขึ้นอีก
ทำให้ความเครียดเพิ่ม 2 ทาง 2 เท่า
 

  

Comments

]]>
Wed, 26 Sep 2007 09:37:44 +0100